วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

อ.ไม้ร่ม ธรรมชาติอโศกจิตรกรวัย 72 พบรักสาว27

อาจารย์ไม้ร่ม ธรรมชาติอโศกจิตรกรวัย 72  พบรักสาว 27 แต่งงานมีชีวิตชื่นมื่น
วานนี้ (10 ก.ย.)  ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบครอบครัวของ นายวิโรจน์ นุ้ยบุตร หรือฉายา “อาจารย์ไม้ร่ม ธรรมชาติอโศก” ศิลปินวาดภาพแนวเซอร์เรียลิสต์ ที่เพิ่งจะสละโลดในวัย 72 ปี ได้เพียง 6 เดือน กับภรรยา น.ส.ชญาดา เนียมเปีย อายุ 27 ปี ที่มีอายุห่างกันถึง 45 ปี
ตามรายงานระบุว่า ทั้งคู่เพิ่งอาศัยอยู่ในบ้านที่สร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย ฝาผนังบ้านทำจากไม้และไม้ไผ่นำมาตีห่างๆ ลักษณะเหมือนรั้ว ส่วนหลังคาบ้านมุงด้วยกระเบื้องและปลูกไม้เลื้อยอยู่บนหลังคา พื้นดินไม่ได้เทปูนซีเมนต์ บริเวณปากทางเข้าบ้านทำเป็นซุ้มปลูกต้นบวบและฟักรวมถึงไม้เลื้อยต่างๆ ที่สามารถรับประทานได้ ท่ามกลางสวนปาล์มที่สร้างเป็น “สวนธรรมชาติอโศก”
22
น.ส.ชญาดา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนเพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ทำงานเป็นอาสาสมัครเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนให้สถานพินิจ กระทั่งเมื่อช่วงปลายปี 52 ได้ชมรายการของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง จึงเกิดความประทับใจแนวคิดของ “อาจารย์ไม้ร่มธรรมชาติอโศก” และพยายามที่จะติดต่ออาจารย์มาตลอดแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จนเมื่อปลายปี 56 ได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับกลุ่ม กปปส.และได้เจอกับอาจารย์ด้วยความบังเอิญ ประกอบกับความชื่นชอบในตัวอาจารย์ไม้ร่มเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติและแนวความคิดกัน
น.ส.ชญาดา กล่าวต่อว่า เวลาผ่านไปได้ราวหนึ่งเดือนทำให้เราสองคนเกิดเป็นความรักกันขึ้น ต่อมาในเดือน ก.พ. 57 จึงตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันโดยได้พา อาจารย์ไม้ร่ม ไปพบพ่อแม่และสู่ขอตามประเพณีแบบโบราณประเพณีไม่ได้มีของหมั้นเหมือนคู่อื่นๆ และพากันมาครองชีวิตคู่อยู่ที่ ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร แห่งนี้
ด้าน อาจารย์ไม้ร่ม กล่าวว่า ความรักของคนเราไม่ได้เกิดจากความใคร่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากจิตใจที่เราทั้งคู่มีแนวคิดที่เหมือนกันถึงแม้ว่าอายุจะห่างกันถึง 45 ปี ก็ตาม เมื่อตอนที่ตนไปสู่ขอกับพ่อแม่ฝ่ายหญิง ตนมีเงินไปเพียง 300 บาท ช่วงแรกๆ พ่อแม่ฝ่ายภรรยาเห็นตนก็ตกใจ แต่เมื่อได้พูดคุยกันทางพ่อตาและแม่ยายก็ยินยอมให้เราอยู่ด้วยกัน

หญิงอินเดียถูกขังกว่า 3 ปี เหตุจ่ายสินสอดไม่ครบ

สลดหญิงอินเดียถูกกักขังนานกว่า 3 ปี เหตุจ่ายสินสอดไม่ครบ ซ้ำยังถูกกีดกัดไม่ให้พบหน้าลูก
วันนี้(11ก.ย.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศอินเดียได้เข้าช่วยเหลือนางกุนจา เทวี หญิงวัย 25 ปี หลังถูกครอบครัวสามีขังไว้ในบ้านกว่า 3 ปีในเมืองดาร์บันกา แคว้นพิหาร เนื่องจากพ่อแม่ของเธอจ่ายค่าสินสอดให้ฝ่ายสามีไม่ครบตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ อีกทั้งเธอยังถูกกีดกันไม่ให้พบหน้าลูกสาวของเธอซึ่งขณะนี้มีอายุ 3 ขวบแล้ว
03
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงสถานที่เกิดเหตุ ก็พบเจอ นางกุนจา เทวี อยู่ในสภาพเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งและหวาดกลัวเป็นอย่างมาก เธอถูกขังอยู่ภายในห้องน้ำที่มืดและสกปรก อย่างไรก็ตามขณะนี้เธอปลอดภัยและได้รับการดูแลจากพ่อของเธอเป็นที่เรียบร้อย นางกุนจา เทวี ถือเป็นเหยื่อประเพณีของชาวอินเดียที่ครอบครัวฝ่ายเจ้าสาวต้องเป็นผู้นำสินสอดไม่ว่าจะเป็น เงินสด, เสื้อผ้า หรือเครื่องเพชร มาสู่ขอฝ่ายชายนั้นถูกปฏิบัติต่อกันมาอย่างแพร่หลายนานกว่าหลายร้อยปี
แต่ธรรมเนียมได้กลายเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 ขณะที่ประเมินกันว่าในแต่ละปีมีผู้หญิงชาวอินเดียกว่า 1 พันคน ต้องถูกสังหารจากกรณีพิพาทเกี่ยวกับจำนวนของสินสอดดังกล่าว ทางด้านกลุ่มรณรงค์ต่อต้านออกมากล่าวว่า ประเพณีดังกล่าวเป็นสาเหตุให้ผู้หญิงชาวอินเดียมีความเสี่ยงที่จะได้รับความรุนแรงและอาจนำไปสู่ความตายได้

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

หลายบริษัทไม่รับบัณฑิตจบใหม่เข้าทำงาน ขึ้นบัญชีดำมหาลัยห่วย

หลายบริษัทไม่รับบัณฑิตจบใหม่เข้าทำงาน ขึ้นบัญชีดำมหาลัยห่วย สกอ.เร่งแก้ปัญหา เน้นสหกิจศึกษา
จากรายงานโกลบอล คอมเพทติทีฟ รีพอร์ท 2014-2015 (Global Competitive Report 2014-2015) โดยWorld Economic Forum-WEF ที่ระบุว่า คุณภาพของระบบอุดมศึกษา ของไทยอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน เป็นอันดับที่ 78 ของโลก ตามหลัง สปป.ลาว ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 6 ของอาเซียน และอันดับที่ 57 ของโลก
ว่างงาน2
รศ.นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา (กกอ.)ได้เผยว่า ขณะนี้มีข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยหรือ TDRI พบว่าบัณฑิตไทยมีคุณภาพน่าเป็นห่วง โดยมีหลายบริษัทและสถานประกอบการขึ้นบัญชีดำมหาวิทยาลัยไร้คุณภาพแล้วหลายแห่ง ซึ่งจะไม่รับบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยที่ถูกขึ้นบัญชีดำเข้าทำงาน แม้ว่าจะได้รับเกียรตินิยมก็ตาม
เนื่องจากรับเข้ามาแล้วก็ไม่สามารถทำงานได้ทันที ไม่รู้ว่าต้องทำงานอย่างไร ต้องมาฝึกฝนกันใหม่ นอกจากนี้ยังไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ประกอบการไม่พึงพอใจ จึงอยากให้ทางมหาวิทยาลัยเร่งปรับปรุงหลักสูตรให้ผลิตบัณฑิตออกมาตรงตามกับความต้องการของบริษัทและน้ำความรู้มาใช้ในงานได้จริง
ซึ่งทางสกอ.กำลังเร่งแก้ไขปัญหานี้อยู่และเน้นให้มีการจัดการเรียนแบบสหกิจศึกษามากขึ้น เพื่อให้ได้ประโยชน์ทั้งสองทาง ทั้งผู้เรียนเองและผู้ประกอบการเองด้วย จบไปก็สามารถทำงานได้ทันที  โดยได้มีการพัฒนาเรื่องนี้มา 2 -3 ปีแล้วแต่ทำได้บางมหาวิทยาลัยและบางสาขาเท่านั้น ซึ่งการที่บริษัทไม่รับบัณฑิตบางมหาวิทยาลัยเข้าทำงานก็ถือเป็นสิทธิของบริษัทนั้นๆ ที่ไม่เชื่อมั่นในคุณภาพของบัณฑิตที่มหาวิทยาลัยนั้นผลิตออกมา

วิจารณ์ยับ ! คลิปลูกช้างนอนหมดแรง กลางตลาด

วิจารณ์ยับ ควานช้างพาลูกช้างออกเร่ร่อน ใช้งานหนักเกินไป สุดท้ายนอนหมดแรงกลางตลาด
วานนี้(9ก.ย.)มีการแชร์คลิปที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ โดยคลิปลูกช้างเร่ร่อนขอทาน นอนหมดแรงกลางตลาด ภายหลังจากควานพาออกมาเร่ขายอาหารใน ตลาดเปิดท้ายกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยรอบข้างคราคร่ำไปด้วยผู้คนที่เดินไปเดินมาในตลาด
Untitled
โดยต่อมามีเสียงประกาศจากตลาดดังขึ้นว่า “ตามหาเจ้าของลูกช้างให้นำช้างออกไปจากพื้นที่ เนื่องจากกีดขวางเส้นทางและร้านค้าในตลาด ทางตลาดไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด แต่ทางตลาดไม่ได้อนุญาตให้นำช้างมาเดินเร่ให้อาหารช้าง โดยเฉพาะหากเข้ามาสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย เราไม่สนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง” ซึ่งภายหลังจากสิ้นเสียงประกาศควาญช้างก็พาลูกช้างลุกขึ้นเดินต่อ
โดยคลิปดังกล่าวได้ทำให้ชาวเน็ตเกิดความรู้สึกสลดใจอย่างมาก รวมทั้งวิจารณ์ควานช้าง ว่าใช้งานช้างหนัก เป็นการเอาเปรียบ เบียดเบียน และทารุณกรรมต่อสัตว์มากจนเกินไป
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งเพราะไม่สามารถดำเนินคดีอะไรได้มากนัก เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีกฏหมายมารองรับหรือช่วยเหลือช้างเร่ร่อนช้างขอทานในพื้นที่อื่นๆ มีเพียงกฏหมายสกัดช้างเร่ร่อนในพื้นที่กรุงเทพฯและระยองเท่านั้น ทั้งนี้ยังมีการเรียกร้องให้มีการออกกฏหมายที่รัดกุมกว่านี้ในการดำเนินคดีต่อขบวนการช้างเร่ร่อน

จวกยับ!! แบบเรียนสุขศึกษาไทย เหยียดเพศ

แบบเรียนสุขศึกษา ม.1 ระบุเนื้อหาถึงเพศที่ 3 เป็นกลุ่ม “หลงเพศ” ด้านสังคมออนไลน์สับเละบอกส่อเจตนาเหยียดเพศชัดเจน
วันนี้(10ก.ย.)กลายเป็นประเด็นร้อนแรงอีกครั้งกับแบบเรียนของวงการศึกษาไทย ล่าสุดได้มีผู้คนแสดงความไม่พอใจว่าทำไมเนื้อหาในแบบเรียนสุขศึกษาไทยถึงได้ทำร้ายจิตใจและเหยียดเพศที่สามถึงเพียงนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ “Gene Kasidit” ซึ่งได้นำรูปของแบบเรียนสุขศึกษาของนักเรียนชั้น ม.1 ไทยมาโชว์ เนื้อหาของใต้ภาพนั้นได้พูดถึงเพศที่ 3 โดยระบุข้อความบางส่วนถึงคนกลุ่มนี้ว่า”กลุ่มหลงเพศ” หมายถึง กลุ่มที่ต้องการใช้ชีวิตแบบเพศตรงข้ามกับที่ตนเองเป็นอยู่ โดยมีความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงร่างกายของตนเองให้เป็นเพศตรงข้าม นอกจากนี้เนื้อหาในหนังสือยังระบุอีกว่า อาการหลงเพศอาจเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนของแม่ที่กำลังตึงเครียดจึงส่งผลต่อทารก
1

ทำให้สังคมออนไลน์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาของหนังสือเรียนดังกล่าวมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ต่างเห็นตรงกันว่ามีความไม่เหมาะสมอย่างยิ่งเนื่องจากมีเนื้อหาที่ส่อไปในทางเหยียดเพศอย่างชัดเจน แต่ก็มี
11

หลวงปู่พิม ละสังขาร ตามสัญญาพญามัจจุราช เมื่อ10 ปีก่อน

บุตรสาวเผย หลวงปู่พิม ละสังขาร  ตามคำมั่นสัญญาต่อพญามัจจุราช เมื่อ 10 ปีก่อน
วานนี้ วันที่ 9 ก.ย.2557  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประกาศขอละสังขารของ พระครูเวฬุวันจันทะรังสี หรือ หลวงปู่ธนวัฒน์ สิริพิมโพ หรือ หลวงปู่พิมพ์ หรือ หลวงพ่อพิมพ์ อายุ 65 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าเวฬุวัน หมู่ 4 บ้านท่าเริงรมย์ ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ มีญาติโยมจำนวนมาก

1


มีคนไปกางเต็นท์นอนรอ  เพื่อรอดูให้เห็นกับตา วันนัดเปิดดูโลงการละสังขารใน 11 ก.ย. 57 โดยโลงไม้ที่หลวงปู่พิมพ์จะเข้าไปนอนเพื่อละสังขารนั้นมีลักษณะเป็นโลง 2 ชั้น ชั้นบนมีการเจาะรูระบายอากาศไว้รอบผนังทั้ง 4 ด้านด้วย
ด้าน บุตรสาวของหลวงปู่พิมพ์ วัย 41 ปี ไ  นางชนากานต์ ศรีสมบัติ  ได้เดินทางมารอร่วมพิธีประกาศละสังขาร เผยเป็นเวลาที่หลวงพ่อครบกำหนดให้คำมั่นสัญญาต่อพญามัจจุราชแล้ว หลังเคยเสียชีวิตมาแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน ในปี 2547 กลางถ้ำหลังป่าในวัด หมดลมหายไปนานและเกิดฟื้นขึ้นมาใหม่
และเผยกลับคนใกล้ชิดมาตลอดว่า ขอเวลากลับมาเกิดใหม่เพื่อสร้างวัดแห่งนี้ให้เสร็จ และขอเร่งทำความเพียรก่อนที่จะหมดเวลา ต้องละสังขารกลับไปไม่เกิน 9 ก.ย.57 หรือวันที่ 9 เดือน 9 ในปี 2557 นี้

ที่มาของข่าว >>>> http://news.mthai.com/general-news/381185.html

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

ตั้ง 4 ข้อหาหนัก รปภ. โหดข่มขืนฆ่า น้องเนม

ตำรวจตั้ง 4 ข้อหาหนัก รปภ. โหดข่มขืนฆ่า น้องเนม
ข่าวน้องเนม ความคืบหน้าในคดีสุดสลด รปภ. โหดข่มขืนฆ่าน้องเนม ดญ.วัย 4 ขวบ ก่อนนำศพทิ้งอำพรางท่อระบายน้ำอพาตเมนท์แห่งหนึ่ง ในซอยรัชดาท่าพระ 5 แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กทม.
ข่าวน้องเนม, น้องเนม, โอม ชาตรี ดีสี, ข่าววันนี้
ข่าวน้องเนม
ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลได้มีการแจ้งข้อหาแก่นายชาตรี ดีสี หรือโอม อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุสุดโหดดังกล่าวแล้ว ภายหลังได้นำตัวออกแถลงข่าวหลังถูกจับกุมไปวานนี้ (8 ก.ย. 57)
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหา 4 ข้อหาหนัก ให้กับผู้ต้องหา ได้แก่
-กระทำความผิดฐานปราศจากเหตุอันสมควร
-พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลไปเพื่อการอนาจาร,
-ฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดของตน,
และ ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย จากนั้นได้นำตัวไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพ ก่อนจะนำตัวฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรีเพื่อดำเนินคดีต่อไป